Health4Heart.com
 
 
 

 
  สมัครสมาชิก  |  ลืมรหัสผ่าน
 
 
 
 

โรคหลอดเลือดแดงแข็ง
(Atherosclerosis)

 

ความหมายของโรคหลอดเลือดแดงแข็ง

          โรคหลอดเลือดแดงแข็ง หมายถึง โรคที่เกิดจากการสะสมของไขมัน และสารอื่นๆ ในผนังหลอดเลือด  ทำให้ผนังหลอดเลือดหนาขึ้นจนเกิดเป็นตะกรัน และเมื่อตะกรันมีขนาดใหญ่ขึ้น จะทำให้เกิดการตีบตันของหลอดเลือดและทำให้หลอดเลือดมีความยืดหยุ่นลดลง

           หากเกิดการฉีกขาดของตะกรันลิ่มเลือดที่หลุดออกมาอาจจะไปอุดตันหลอดเลือด และทำให้เกิดหัวใจขาดเลือด หรือ หากมีการอุดตันบริเวณสมองก็จะก่อให้เกิด หลอดเลือดสมองอุดตัน และอาจถึงแก่ชีวิตได้

 

สถิติการเกิดโรคหลอดเลือดแดงแข็ง

          โรคหลอดเลือดแดงแข็ง เป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดโรคร้ายหลายชนิดไม่ว่าจะเป็น โรคหัวใจและหลอดเลือด ที่เป็นสาเหตุการตายอันดับ 1 ของโลก และถือเป็น 1 ใน 3 ของสาเหตุการตายทั้งหมดของประชากรโลก โดย

- ทุก ๆ 2 วินาที มีผู้เสียชีวิตจาก”โรคหัวใจและหลอดเลือด”
- ทุก ๆ 5 วินาที มีผู้เสียชีวิตจาก”โรคหัวใจตายเฉียบพลัน” หรือภาวะ Heart Attack”
- ทุก ๆ 6 วินาที มีผู้เสียชีวิตจาก”โรคหลอดเลือดสมองอุดตัน”

สำหรับในประเทศไทย จากสถิติในปี 2548 พบว่า มีผู้ที่เป็นโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตันปีละ 60,000 คน และผู้ที่เป็นอัมพฤกษ์อัมพาตปีละ 100,000 คน 

*ที่มา : “หลอดเลือดหัวใจแข็งตัว” คอลัมน์ส่องโรค ไขสุขภาพ. 2550. มติชน. (17 พฤศจิกายน):  5

ปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดโรคหลอดเลือดแดงแข็ง

           ปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดโรคหลอดเลือดแดงแข็ง คือ ไขมันตัวร้าย (LDL-cholesterol) ซึ่งไม่ควรเกิน 130 mg/dl ถ้ามีปริมาณมาก จะสะสมอยู่ในหลอดเลือดแดง และเป็นต้นเหตุของโรคหลอดเลือดแดงแข็ง

ปัจจัยเสี่ยงที่มีผลต่อการเกิดโรคหลอดเลือดแดงแข็ง

  1. ผู้ชายอายุ  40 ปีขึ้นไป
  2. ผู้หญิงอายุ 55 ปีขึ้นไป
  3. มีโรคเบาหวาน
  4. มีความดันโลหิตสูง
  5. มีไขมันในเลือดสูง
  6. สูบบุหรี่
  7. เครียด
  8. น้ำหนักเกิน
  9. ขาดการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
  10. มีประวัติสมาชิกในครอบครัวเป็นโรคของหลอดเลือด

เกณฑ์ที่เหมาะสมในการป้องกันโรคหลอดเลือดแดงแข็ง

       ตามคำแนะนำของสมาคมแพทย์โรคหัวใจแห่งสหรัฐอเมริกา (National Cholesterol Education Program Adult Treatment หรือ NCEP ATP III) และสมาคมวิชาชีพอื่น ๆ ดังนี้

 

ชนิดไขมันในเลือด

ผู้มีความเสี่ยง

ระดับไขมันที่เหมาะสม

Total cholesterol

-

< 200 mg/dl

LDL-Cholesterol

ผู้มีความเสี่ยงต่ำ
เช่น อายุน้อย ไม่สูบบุหรี่ ไม่เป็นเบาหวาน หรือความดันโลหิตสูง

< 130 mg/dl

ผู้มีความเสี่ยงสูง
เช่น มีความดันโลหิตสูง สูบบุหรี่ ประวัติครอบครัวเป็นโรคหัวใจตั้งแต่อายุน้อย

< 100 mg/dl

เป็นโรคหัวใจ หรือเบาหวาน

< 70 mg/dl

 ความดันโลหิต

ผู้มีความเสี่ยง

 ระดับความดัน
ที่เหมาะสม

 

ผู้ที่มีความดันโลหิตสูง

< 140/90 mmHg

ผู้ป่วยเบาหวาน

< 130/80 mmHg

 

อาการเริ่มแรกของโรคหลอดเลือดแดงแข็ง

  1.   เจ็บหน้าอก
  2.   เจ็บแขนซ้ายหรือกราม
  3.   อึดอัด หายใจไม่ออก
  4.   อ่อนเพลีย เหงื่อออกง่าย
  5.   เวียนศีรษะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาวะที่หัวใจต้องทำงานหนัก เช่น ระหว่างการออกกำลังกาย

โดยปกติจะไม่ปรากฏอาการผิดปกติใด ๆ จนกระทั่งเกิดภาวะแทรกซ้อนขึ้นแล้ว และภาวะนี้สามารถเกิดได้กับหลอดเลือดแดงทั่วร่างกาย

ผลกระทบของโรคหลอดเลือดแดงแข็งต่ออวัยวะของร่างกาย

โรคหลอดเลือดแดงแข็งต่ออวัยวะสำคัญของร่างกาย 3 ส่วน ดังนี้
1. กรณีเกิดที่หลอดเลือดหัวใจ : ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด มีอาการเจ็บหน้าอกด้านซ้าย หรือเกิดภาวะหัวใจวายฉับพลัน (Heart Attack)
2. กรณีเกิดที่หลอดเลือดสมอง : ทำให้ผู้ป่วยเป็นอัมพฤกษ์ หรือ อัมพาต (แขน ขา อ่อนแรง หรือขยับไม่ได้, พูดไม่ชัด)
3. กรณีเกิดที่หลอดเลือดแดงที่แขนหรือขา : ทำให้เกิดอาการปวดน่องเวลาเดิน แขนหรือขาอ่อนแรง หรือเป็นอัมพาต

การตรวจวินิจฉัย

          การวินิจฉัยโรคหลอดเลือดแดงแข็ง นอกจากการซักประวัติเพื่อพิจารณาปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรค แล้วยังสามารถใช้เครื่องมือเพื่อการวินิจฉัยความหนาของหลอดเลือดแดง ซึ่งเครื่องมือนั้นคือ เครื่องมือสำหรับการตรวจ Carotid Intimate-Media Thickness (CIMT) มีวิธีการตรวจด้วยการอัลตราซาวด์เส้นเลือดบริเวณคอ เพื่อตรวจดูความหนาของผนังหลอดเลือดแดงว่ามีตะกรันหรือไขมันมาสะสมมากน้อยเพียงใด พร้อมทั้งยังสามารถตรวจสอบ Flow การไหลของเลือดว่าเป็นปกติหรือไม่


ภาพการตรวจ Carotid Intimate-Media Thickness (CIMT)

การรักษาและแนวทางป้องกัน ประกอบด้วย

1.การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดำเนินชีวิต

  • หยุดสูบบุหรี่
  • ควบคุมความดันโลหิต
  • ควบคุมระดับไขมันในเลือด
  • การออกกำลังกาย
  • การคุมน้ำหนัก
  • การตรวจร่างกายประจำปี
  • การรับประทานอาหารที่มีคุณภาพ
  • ผ่อนคลายความเครียด
  • การดื่มสุราอย่างพอเหมาะการให้ยาลดระดับไขมันที่จำเป็น 

2.การให้ยาลดระดับไขมันที่จำเป็น

          ร่างกายสามารถสังเคราะห์ไขมันโคเลสเตอรอลได้ที่ตับ ดังนั้นในบางกรณี แม้ว่าท่านจะควบคุมอาหารอย่างเต็มที่แล้วก็ตามระดับไขมันโคเลสเตอรอลในเลือดก็อาจจะไม่ต่ำลงมาอยู่ในเกณฑ์ที่ต้องการ ในกรณีเช่นนี้จึงจำเป็นต้องรับประทานยาเพื่อช่วยลดระดับไขมันโคเลสเตอรอลที่ร่างกายสร้างขึ้น
ในปัจจุบันยาลดไขมันที่ใช้มีหลายกลุ่ม  ได้แก่ chelating agent (resin) ยาที่ลดการสร้างโคเลสเตอรอล คือ statins  และยาที่เพิ่มการเผาผลาญโคเลสเตอรอล และ ไตรกลีเซอไรด์ ได้แก่ statins,  fibrates และ nicotinic acid ส่วน probucol นั้น เพิ่มการเผาผลาญโคเลสเตอรอลโดยไม่มีผลต่อไตรกลีเซอไรด์

ยากลุ่ม สเตติน (Statins) มีความสำคัญอย่างไรกับโรคหลอดเลือดแดงแข็ง

           ปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดโรคหลอดเลือดแดงแข็ง คือ ไขมันตัวร้าย(LDL-cholesterol) จากหลาย ๆ การศึกษาวิจัย พบว่ายากลุ่มสเตตินเป็นยากลุ่มหลัก ที่ใช้ในการลดระดับของไขมันตัวร้าย ซึ่งเป็นตัวการสำคัญในการเกิดโรคหลอดเลือดแดงแข็ง ยากลุ่มนี้มีใช้อย่างแพร่หลายมานานมีผู้รับประทานยานี้เป็นประจำหลายล้านคนทั่วโลกซึ่งต่างก็พบว่า ผลแทรกซ้อนจากยามีน้อยมาก

          อย่างไรก็ตาม สเตตินก็เช่นเดียวกันยาทุกชนิด คือ มีผู้ใช้บางรายที่เกิดผลข้างเคียงจากยา เช่น อาการทางระบบทางเดินอาหาร ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ กล้ามเนื้ออักเสบ พบได้น้อย ประมาณร้อยละ 1-2 เท่านั้น ส่วนใหญ่ไม่รุนแรงและหายได้เป็นปกติเมื่อหยุดยา ดังนั้น การใช้ยาควรอยู่ในความดูแลของแพทย์ และควรมีการตรวจเลือดเพื่อดูการทำงานของตับ กล้ามเนื้อเป็นครั้งคราว

 
 
 
 
 
หน้าหลัก    ข่าวสารและกิจกรรม   โรคหลอดเลือดแดงแข็งคืออะไร    บันทึกสุขภาพด้วยตัวคุณเอง   ดาวน์โหลด    ปรึกษาคุณหมอ    ติดต่อเรา