อาการเริ่มแรกของโรคหลอดเลือดแดงแข็ง
- เจ็บหน้าอก
- เจ็บแขนซ้ายหรือกราม
- อึดอัด หายใจไม่ออก
- อ่อนเพลีย เหงื่อออกง่าย
- เวียนศีรษะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาวะที่หัวใจต้องทำงานหนัก เช่น ระหว่างการออกกำลังกาย
โดยปกติจะไม่ปรากฏอาการผิดปกติใด ๆ จนกระทั่งเกิดภาวะแทรกซ้อนขึ้นแล้ว และภาวะนี้สามารถเกิดได้กับหลอดเลือดแดงทั่วร่างกาย
ผลกระทบของโรคหลอดเลือดแดงแข็งต่ออวัยวะของร่างกาย
โรคหลอดเลือดแดงแข็งต่ออวัยวะสำคัญของร่างกาย 3 ส่วน ดังนี้
1. กรณีเกิดที่หลอดเลือดหัวใจ : ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด มีอาการเจ็บหน้าอกด้านซ้าย หรือเกิดภาวะหัวใจวายฉับพลัน (Heart Attack)
2. กรณีเกิดที่หลอดเลือดสมอง : ทำให้ผู้ป่วยเป็นอัมพฤกษ์ หรือ อัมพาต (แขน ขา อ่อนแรง หรือขยับไม่ได้, พูดไม่ชัด)
3. กรณีเกิดที่หลอดเลือดแดงที่แขนหรือขา : ทำให้เกิดอาการปวดน่องเวลาเดิน แขนหรือขาอ่อนแรง หรือเป็นอัมพาต
การตรวจวินิจฉัย
การวินิจฉัยโรคหลอดเลือดแดงแข็ง นอกจากการซักประวัติเพื่อพิจารณาปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรค แล้วยังสามารถใช้เครื่องมือเพื่อการวินิจฉัยความหนาของหลอดเลือดแดง ซึ่งเครื่องมือนั้นคือ เครื่องมือสำหรับการตรวจ Carotid Intimate-Media Thickness (CIMT) มีวิธีการตรวจด้วยการอัลตราซาวด์เส้นเลือดบริเวณคอ เพื่อตรวจดูความหนาของผนังหลอดเลือดแดงว่ามีตะกรันหรือไขมันมาสะสมมากน้อยเพียงใด พร้อมทั้งยังสามารถตรวจสอบ Flow การไหลของเลือดว่าเป็นปกติหรือไม่
ภาพการตรวจ Carotid Intimate-Media Thickness (CIMT)
การรักษาและแนวทางป้องกัน ประกอบด้วย
1.การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดำเนินชีวิต
- หยุดสูบบุหรี่
- ควบคุมความดันโลหิต
- ควบคุมระดับไขมันในเลือด
- การออกกำลังกาย
- การคุมน้ำหนัก
- การตรวจร่างกายประจำปี
- การรับประทานอาหารที่มีคุณภาพ
- ผ่อนคลายความเครียด
- การดื่มสุราอย่างพอเหมาะการให้ยาลดระดับไขมันที่จำเป็น
2.การให้ยาลดระดับไขมันที่จำเป็น
ร่างกายสามารถสังเคราะห์ไขมันโคเลสเตอรอลได้ที่ตับ ดังนั้นในบางกรณี แม้ว่าท่านจะควบคุมอาหารอย่างเต็มที่แล้วก็ตามระดับไขมันโคเลสเตอรอลในเลือดก็อาจจะไม่ต่ำลงมาอยู่ในเกณฑ์ที่ต้องการ ในกรณีเช่นนี้จึงจำเป็นต้องรับประทานยาเพื่อช่วยลดระดับไขมันโคเลสเตอรอลที่ร่างกายสร้างขึ้น
ในปัจจุบันยาลดไขมันที่ใช้มีหลายกลุ่ม ได้แก่ chelating agent (resin) ยาที่ลดการสร้างโคเลสเตอรอล คือ statins และยาที่เพิ่มการเผาผลาญโคเลสเตอรอล และ ไตรกลีเซอไรด์ ได้แก่ statins, fibrates และ nicotinic acid ส่วน probucol นั้น เพิ่มการเผาผลาญโคเลสเตอรอลโดยไม่มีผลต่อไตรกลีเซอไรด์
ยากลุ่ม สเตติน (Statins) มีความสำคัญอย่างไรกับโรคหลอดเลือดแดงแข็ง
ปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดโรคหลอดเลือดแดงแข็ง คือ ไขมันตัวร้าย(LDL-cholesterol) จากหลาย ๆ การศึกษาวิจัย พบว่ายากลุ่มสเตตินเป็นยากลุ่มหลัก ที่ใช้ในการลดระดับของไขมันตัวร้าย ซึ่งเป็นตัวการสำคัญในการเกิดโรคหลอดเลือดแดงแข็ง ยากลุ่มนี้มีใช้อย่างแพร่หลายมานานมีผู้รับประทานยานี้เป็นประจำหลายล้านคนทั่วโลกซึ่งต่างก็พบว่า ผลแทรกซ้อนจากยามีน้อยมาก
อย่างไรก็ตาม สเตตินก็เช่นเดียวกันยาทุกชนิด คือ มีผู้ใช้บางรายที่เกิดผลข้างเคียงจากยา เช่น อาการทางระบบทางเดินอาหาร ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ กล้ามเนื้ออักเสบ พบได้น้อย ประมาณร้อยละ 1-2 เท่านั้น ส่วนใหญ่ไม่รุนแรงและหายได้เป็นปกติเมื่อหยุดยา ดังนั้น การใช้ยาควรอยู่ในความดูแลของแพทย์ และควรมีการตรวจเลือดเพื่อดูการทำงานของตับ กล้ามเนื้อเป็นครั้งคราว |